7/16/2551

สรุปรายงานครั้งที่ 1 (หน้าห้อง)

กลุ่มที่ 1 บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการสารสนเทศการสื่อสารและการจัดการทั่วไปบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการสารสนเทศ
1. ลักษณะงานสำนักงานทั่วไปงานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศในสำนักงาน จำแนกได้ดังนี้ - งานรับข้อมูลและสารสนเทศ-การเก็บบันทึกข้อมูลและสารสนเทศ-การประมวลผลข้อมูล- การจัดทำเอกสารธุรกิจ- การสื่อสารข้อมูลและเอกสารธุรกิจ
2.ระบบสำนักงานอัตโนมัติกับการจัดการสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเป็นเครือข่ายในสำนักงานอัตโนมัติจะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศระหว่างสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงานต่างๆในเครือข่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำโครงการ และการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ โดยการเผยแพร่และสื่อสารสารสนเทศไปยังกลุ่มต่างๆเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว ประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน เหล่านี้ทำให้การดำเนินงานในสำนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการสื่อสาร
1. การสื่อสารทั่วไปในสำนักงานการสื่อสาร หมายถึง การสื่อข้อความระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยปกติเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารระหว่างมนุษย์ รวมถึงการสนทนาในรูปแบบต่างๆ การใช้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งในปัจจุบันสื่อดังกล่าวทำงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์
2.บทบาทของการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน-การเชื่อมโยงการทำงานของผู้บริหารและพนักงาน-การเชื่อมโยงสำนักงานกับหน่วยงานภายนอก-การประชาสัมพันธ์-การช่วยค้นหาข้อมูลข่าวสาร
3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน การสื่อสารข้อมูล เป็นการนำเทคโนโลยีและวิธีการในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ
โดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน คือ การสร้างข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ส่ง นำข้อมูลมาสร้างเป็นสัญญาณเพื่อใช้ส่ง ส่งสัญญาณดังกล่าวไปเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ทำการแปลงสัญญาณที่รับ และประมวลผลยังจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาของการสื่อสาร มีดังนี้
1 การพิจารณาอุปกรณ์ต่อพ่วง
2 การเลือกตัวกลางสื่อสารที่เหมาะสม
3 การกำหนดเกณฑ์วิธีในการสื่อสาร เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตถูกใช้ในการสื่อสารด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูล โดยมีผู้ให้บริการ และผู้สร้างสื่อเผยแพร่มากขึ้น
4. การนำอินเทอร์เน็ตไปใช้ในสำนักงาน- การประชาสัมพันธ์-การสื่อสาร-การทำงานทางไกลบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการทั่วไป1. บทบาทต่อการจัดการทั่วไป
1 คุณภาพของการจัดการการวางแผนการจัดองค์การและการจัดการบุคลากรการบริหารงบประมาณการบริหารงานโครงการการควบคุมการปฏิบัติงานในสำนักงานการทำรายงาน
2 คุณภาพของผู้บริหาร บทบาทของผู้บริหารอาจแบ่งได้เป็นการประสานงานสารสนเทศการตัดสินใจ
3 การทำงานเป็นทีม- กลุ่มงานเข้าใจปัญหาได้ดีกว่าคนเพียงคนเดียว- บุคคลจะรับผิดชอบหากมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ- กลุ่มงานค้นหาความผิดพลาดบกพร่องได้ดีกว่า- กลุ่มงานมีสารสนเทศและความรู้มากกว่า- ช่วยกระตุ้นให้สมาชิกและกระบวนการทำงานดีขึ้น- แต่ละคนมีพันธะผูกพันในข้อที่ร่วมกันตัดสินใจ- แต่ละคนจะลดความรู้สึกที่จะต่อต้านสิ่งที่กลุ่มได้ตัดสินใจไปแล้ว
4 การทำงานทางไกล ด้วยเครื่องมือการสื่อสารที่ทันสมัยและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทำให้ผู้ทำงานสามารถที่จะทำงานได้ต่างสถานที่ และเสมือนว่าได้ทำงานในสำนักงานเดียวกัน- ประโยชน์ ช่วยลดปัญหาด้านบุคลากร พื้นที่ใช้งานในหน่วยงาน และปัญหาสังคม-ปัญหา บุคลากรอาจลดความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในด้านหน่วยงานอาจไม่มีความพร้อมในการประชุม ผลประกอบการไม่ได้ดังหวัง เป็นต้น2. ข้อควรพิจารณาในการปรับเปลี่ยนสำนักงานมาเป็นสำนักงานอัตโนมัติ-ด้านความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตนเอง-ด้านความพร้อมในการปรับปรุงตนเอง-การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่-การสร้างแนวคิดในการปรับปรุงตนเอง-การติดตาม การประเมินผล และการแก้ไขการใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติโดยมีการแบ่งออกเป็นระดับของบุคคลแบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ
1.ผู้ใช้โดยตรง เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรม
2. ผู้ใช้โดยอ้อม ใช้สารสนเทศที่สร้างจากสารสนเทศแต่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ หรือทำงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง
3. ผู้ใช้โดยไม่เขียนโปรแกรม แต่มีปฏิสัมพันธ์กับระบบด้วยการบันทึกข้อมูลเข้าสู้คอมพิวเตอร์และผลลัพธ์จากระบบ
4. นักคอมพิวเตอร์อาชีพ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ออกแบบระบบ และเขียนโปรแกรม

กลุ่มที่ ๒ เรื่องประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติ
ประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคลและระดับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น 4 ระดับ
- ผู้ใช้โดยตรง เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือช่วยสร้างโปรแกรม
- ผู้ใช้โดยอ้อม ใช้สารสนเทศที่สร้างจากสารสนเทศ แต่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์หรือทำงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง
- ผู้ใช้โดยไม่เขียนโปรแกรมมีปฏิสัมพันธ์กับระบบด้วยการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์และผลลัพธ์จากระบบ
- นักคอมพิวเตอร์อาชีพ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ออกแบบระบบและเขียนโปรแกรม

กลุ่มที่ ๓ เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูล
สำนักงานฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกันซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูลฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูลได้แก่ความซับซ้อนของข้อมูล ความขัดแย้งของข้อมูล ความยากในการแก้ไขและบำรุงรักษา การผูกติดกับข้อมูล การกระจายของข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลดลงในงานฐานข้อมูลการจัดการข้อมูลในสำนักงานเหตุผลสำคัญ คือ ข้อมูลในสำนักงานมีจำนวนมาก เพื่อใช้ง่ายต่อการใช้งานผู้ใช้นำข้อมูลไปใช้ได้ถูกต้องแม่นยำ ช่วยรักษาความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นวิธีที่นิยม อิเล็กทรอนิกส์มี 2 วิธีคือแบบแฟ้มข้อมูล และแบบฐานข้อมูล

กลุ่มที่ ๔ เรื่องระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน

ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน แนวคิดด้านความปลอดภัยของข้อมูล 1. ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลในสำนักงาน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบคือ
1 คน ในที่นี้มี 2 กลุ่ม คือ
1.1 พนักงานของหน่วยงานที่ไม่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.2 พนักงานของหน่วยงานที่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.2 ฮาร์ดแวร์
1.3 ซอฟต์แวร์
1.4 ไวรัสคอมพิวเตอร์
1.5 ภัยธรรมชาติ
2. รูปแบบของการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูล ได้แก่
2.1 ดาต้าดิดดลิ่ง (data diddling) เป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว
2.2 ม้าโทรจัน (trojan horse) เป็นการทำอาชญากรรมโดยผู้ที่ได้รับความเสียหายไม่รู้ตัว เช่น การดักขโมยรหัสเพื่อผ่านเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ นำไปใช้ประโยน์ในภายหลัง
2.3 การโจมตีแบบซาลามิ (salami attack) เป็นการนำเศษเงินที่เป็นทศนิยมมารวมเป็นก้อนโต
2.4 แทรปดอร์ (trapdoor) หรือ แบคดอร์ (backdoor) เป็นจุดที่เป็นความลับในโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเข้าสู่โปรแกรมหรือโมดูลได้โดยตรง จึงเป็นช่องโหว่ในการทุจริตได้
2.5 การสงครามแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic warefare) เป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์หยุดทำงานหรือการลบข้อมูลในหน่วยความจำ
2.6 ลอจิกบอมบ์ (logic bomb) เป็นการเขียนโปรแกรมโดยกำหนดเงื่อนไขเจาะจงไว้ล่วงหน้า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โปรแกรมดังกล่าวจะทำงานทันที
2.7 อีเมลบอมบ์ (e-mail bomb) เป็นการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาให้จำนวนมาก จนกระทั่งไม่มีเนื้อที่เหลือในการทำงานหรือรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกต่อไป 3. อาชญากรคอมพิวเตอร์ อาชญากรคอมพิวเตอร์ (computer criminal) คือคนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และข้อมูล ประกอบด้วย
3.1 ลูกจ้างของกิจการ
3.2 ลูกค้าหรือคู่ค้าของกิจการ
3.3 บุคคลทั่วไป แบ่งเป็น
3.3.1 มือสมัครเล่น (amateur) มักจะเป็นเยาวชน นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
3.3.2 มืออาชีพ (professional) มักจะมาจากบุคคลที่ประกอบอาชีพคอมพิวเตอร์ หรือเคยอยู่ในหน่วยงานนั้นมาก่อนการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล 1. การกำหนดการใช้ข้อมูล การกำหนดการใช้ข้อมูล (Identification) เป็นการกำหนดสิทธิ์และการได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูล ได้แก่
1.1 การใช้บัตร (card) กุญแจ (key) หรือบัตรผ่านทาง (badge) เพื่อผ่านทางเข้าไปใช้ระบบหรือข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์
1.2 การใช้รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ เป็นการกำหนดรหัสเพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง
1.3 การใช้ลายเซ็นดิจิทัล (digital key) เป็นการรับรองเอกสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับในระบบลายเซ็นดิจิทัล
1.4 การตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ก่อนเข้าสู่ระบบ เช่น การอ่านลายนิ้วมือ การอ่านรูปทรงมือ การตรวจม่านตาหรือเรตินา (retina)
2. การเข้ารหัส การเข้ารหัส (Encryption) เป็นกระบวนการเข้ารหัส (encode) ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการแปลงเนื้อหาที่ปรากฏให้ไม่สามารถเข้าใจได้สำหรับผู้ลักลอบข้อมูลไป ทำให้ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ข้อมูลที่เข้ารหัสจะต้องผ่านกระบวนการถอดรหัส (decryption) เพื่อถอดรหัส (decode) ให้เหมือนข้อความต้นฉบับ 3. การควบคุมในด้านต่างๆ
3.1 การควบคุมการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล (Access control) เป็นการกำหนดระดับของสิทธิ์ในการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล
3.2 การควบคุมการตรวจสอบ (audit control)
3.3 การควบคุมคน (people control)
3.4 การควบคุมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ (physical facilities control)
4. การมีโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ (Anti virus program) เป็นการติดตั้งโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ทันทีที่พบว่าดิสเกตต์ที่นำมาใช้มีไวรัสฝังตัวอยู่ หรือไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากเครือข่ายมีไวรัสติดมาด้วย
5. การจัดทำแผนรองรับกรณีเหตุร้ายหรือแผนฉุกเฉิน (Disaster & recovery plan) เป็นแผนฉุกเฉินในการกู้คืนข้อมูล และแผนฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาในระหว่างทำงาน

สรุปเนื้อหาบทที่ 1

บทที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสำนักงาน
สำนักงาน หมายถึง สถานที่หนึ่งซึ่งอาจเป็นเพียงห้องเดียวหรือหลายห้องจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้อาจใช้เป็นสถานที่สำหรับทำธุรกิจต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานและเพื่อควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือโดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากที่หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกฝ่ายหนึ่ง
ลักษณะข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
คำสั่ง หมายถึง สิ่งที่กำหนดให้พนักงานและผู้บริหารต้องดำเนินการเมื่อได้รับ เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าที่ได้รับจากลูกค้า และ ใบขอถอนเงินของลุกค้าธนาคาร
รายงาน หมายถึง เอกสารต่างๆ เช่น รายงานการประชุม ,รายงานโครงการ ,รายงานผลการประกอบการ
บันทึกช่วยจำ หมายถึง รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสั้นๆ สรุปรายละเอียดการดำเนินงาน , คำขอทราบข้อมูลหรือรายละเอียดบางอย่าง , คำสั่งอย่างไม่เป็นทางการ
ข่าว หมายถึง รายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์การเองหรือไม่เกี่ยวกับองค์การ
เอกสารพิมพ์ หมายถึง เอกสารที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจเป็นการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือ คอมพิวเตอร์ หรือ จากโรงพิมพ์ขนาดใหญ่
เสียง ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเสียง เช่น การพูดหรือบอกคำสั่ง ,รายงานหรือข้อมูลข่าวสารอื่นๆให้พนักงานหรือผู้ปริหารทราบ เป็นต้น
ภาพลักษณ์ หมายถึง ภาพหรือแผนภูมิที่จัดทำขึ้นเพื่อสื่อความหมายของข้อมูลข่าวสารบางชนิดอาจใช้ภาพประกอบกับสื่อแบบอื่นๆได้ เช่น เอกสารพิมพ์ หรือ เสียง
สื่อที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ หมายถึง การส่งข้อมูลข่าวสารที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้และนำไปใช้งานได้ทันทีและรูปแบบข้อมูลที่บันทึกบนคอมพิวเตอร์ เช่น บนแผ่นดิสก์ หรือ ในเทปคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
องค์ประกอบของสำนักงาน มีงานที่สำคัญในสำนักงาน 7 ด้านดังนี้
1. ด้านบริการผู้บริหาร
- การรับและสนทนาทางโทรศัพท์
- การรับส่งเอกสาร
- การจัดตารางนัดหมาย
- การจัดเก็บและค้นหาเอกสาร
- การจัดการเดินทาง
2. ด้านข้อมูลและข่าวสาร
- การรับและการบันทึกการรับเอกสาร
- การส่งเอกสาร
- การจัดทำเอกสาร
- การจัดส่งและบันทึกการส่งเอกสาร
- การจัดเก็บและค้นคืนเอกสาร
3. ด้านอาคาร สถานที่ พัสดุและอุปกรณ์ ได้แก่ งานที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกและปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับอาคาร สถานที่ พัสดุ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้จัดซื้อมาไว้ใช้หรือที่มีอยู่แต่เดิม
4. ด้านการจัดการบุคลากร ได้แก่ งานที่จัดหารับสมัคร คัดเลือก และบรรจุพนักงานเข้าทำงานในหน่วยงาน
5. ด้านการเงินและการบัญชี ได้แก่ งานที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับการกำหนดงบประมาณ
6. ด้านการจัดการประชุม ได้แก่ การจัดประชุมภายในองค์กรระหว่างผู้บริหารกับพนักงานหรือระหว่างพนักงานด้วยกันเอง
7. งานประชาสัมพันธ์ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกรู้จักและเข้าใจกิจการของหน่วยงาน
องค์ประกอบของสำนักงาน
เครื่องใช้สำนักงาน มีดังนี้
- เครื่องพิมพ์ดีด
- โทรศัพท์
- โทรสาร
- ตู้เก็บเอกสาร
- เครื่องถ่ายเอกสาร
การวางแผนสำนักงาน มีดังนี้
วางแผนการจัดการสถานที่และสภาพแวดล้อม
วางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและเอกสาร
วางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน
วาวงแผนการจัดหาบุคลากร
วางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร
วางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสาร
วางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ วัสดุ
วางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน



การจัดสายงาน
- งานวิชาชีพ หมายถึง กลุ่มที่ทำงานต่างๆ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิกหรือวิศวกร และ งานเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
- งานสายสนับสนุน เช่น ช่าง หรือ นักเทคนิคด้านต่างๆ และ พนักงานขายสินค้า
- งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ, เสมียน, พนักงานเดินเอกสาร, เจ้าหน้าที่สารบรรณ
การควบคุมการปฏิบัติงาน
- ควบคุมพนักงานไม่ให้ทิ้งงานให้คั่งค้างไม่ทำตามขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้
- ควบคุมการจัดหาอุปกรณ์
- ควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- ควบคุมไม่ให้พนักงานหรือบุคคลภายนอกเข้ามากระทำความเสียหายให้กับหน่วยงาน
สภาพแวดล้อมของสำนักงาน
- ที่ตั้งของสำนักงาน ควรตั้งอยู่ใกล้ร้านค้าหรือร้านอาหาร
- การคมนาคมการเดินทางของพนักงานและผู้บริหารสำคัญมาก
- สภาวะภาพจิตใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน
สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในสำนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการ คือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการช่วยให้ผู้คนจัดการสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการเป็นวิธีการใหม่สำหรับคิดและดำเนินการสารสนเทศ