ชื่อ นางสาวพรทิพย์ ป้องท้าว ชั้นปีที่ 3 ห้อง 1
รหัส 491102064101 เอก วิทยาการคอมพิวเตอร์
1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน
ตอบ - สำนักงาน คือ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง 2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง
ตอบ - การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ ดังนี้
1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี
3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ตอบ - การวางแผนสำนักงาน ที่เหมาะสมจะประกอบด้วย
o การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม
o การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร
o การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน
o การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน
o การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน
o การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร
o การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน
o การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
ตอบ - สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้
ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต ,การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน ,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง
ตอบ - เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์ เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ เป็นต้น, ระบบโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์ในสำนักงาน โทรสาร, ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร เช่น ระบบรับส่งอีเมล ระบบอินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร
ตอบ - การจัดซื้อซอฟต์แวร์ ในการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติอาจใช้วิธีการพัฒนาขึ้นเองในทุก ๆ เรื่อง หรืออาจใช้วิธีเลือกจัดหาซอฟต์แวร์เฉพาะเรื่องที่มีผู้พัฒนาอยู่แล้วมาใช้งานเช่นโปรแกรมประชุมทางไกล (eg.Proshare) ซึ่งจะมีข้อดีในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ตลอดจนประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์จะดีกว่าการเลือกพัฒนาเอง แต่ข้อเสียที่พบคือ หากมีโปรแกรมจัดซื้อมากมายในหลายเรื่อง การใช้งานร่วมกันอาจมีปัญหาความไม่สอดคล้องกันของรหัสสัญญาณ มาตรฐานอื่นๆ ฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ ต่างกัน เป็นต้น เหตุผล
- ความต้องการของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงไป มีการเพิ่มหรือลดจากที่ได้กำหนดไว้ในแผนแม่บทสารสนเทศ
- การเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาการเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา
- ไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (protocol)เช่นระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบการสื่อสาร รหัสข้อมูลฯลฯ ผู้อื่น/หน่วยงานภายนอกที่ต้องติดต่อด้วยอาจใช้มาตรฐานต่างกัน
- ความสามารถในการบีบอัดแฟ้มข้อมูลภาพ และเสียงยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ยังคงใช้เนื้อที่จัดเก็บสูง และใช้เวลาในการบีบอัด/ขยาย-คืนรูป
- ระบบสำนักงานอัตโนมัติจำเป็นต้องใช้ระบบสื่อสารข้อมูลซึ่งหากต้องการประสิทธิภาพ หมายถึง ค่าใช้จ่ายซึ่งสูงขึ้นและยากต่อการควบคุมยิ่งขึ้น(กรณี Virtual - Office Automation)
- การสังเคราะห์เสียงจากข้อความตัวอักษรในแฟ้มข้อมูล ยังขาดความถูกต้องและสมบูรณ์พอโดยเฉพาะภาษาไทย
- การวิเคราะห์ตัวอักษรไทย (Optical Thai Character Recognition) ยังอยู่ในระยะการพัฒนา อัลกอลิทึมให้สามารถเข้าใจตัวอักษรไทยได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ทั้งการตัดคำ การพิจารณาคำผิดฯลฯ
- ความแตกต่างของระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ และซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ แต่ละภาษาจะมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านข้อมูล หน่วยความจำ หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์พิเศษ แตกต่างกันไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมซึ่งเลือกใช้ซอฟต์แวร์ทั้งสองต่างกัน อาจมีข้อขัดแย้งไม่สามารถทำงานร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ดีพอ
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
ตอบ แบ่งออกได้เป็น 8 ด้าน ได้แก่
1. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการศึกษา
2. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านตุลาการ
3. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเงินการธนาคาร
4. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบิน
5. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเกษตร
6.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน
7. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหาร
8. คอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบ (1) ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน
(2) การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง
(3) ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น
(4) ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน
(5) หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย
9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง
ตอบ (1) ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิผล ควรมีลักษณะดังนี้- ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องล้วนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายแลน- มีการวางแผนระบบแฟ้มข้อมูลอัตโนมัติเพื่อผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว- ซอฟต์แวร์ต่างๆใช้ง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร- อุปกรณ์ต่างๆเป็นมาตรฐานและทำงานร่วมกันได้-ระบบงานประยุกต์ต่างๆ ได้รับการติดตั้งหรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ (2) บุคลากรที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้2.1 ผู้บริหารระดับสูง2.2 ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ 2.3 นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ
(3) ประเด็นสำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.1 การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.2 การวางแผนการพัฒนา 3.3 การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน
(4) สิ่งสำคัญในการวางแผน ข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องทราบก่อนการวางแผนคือ4.1 ข้อมูลหน่วยงาน4.2 ข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน4.3 ข้อมูลลักษณะของหน่วยงาน4.4 ข้อมูลผู้ใช้4.5 ระบบการสื่อสาร4.6 ลักษณะของระบบสารสนเทศที่ใช้4.7 การสนับสนุนเมื่อทราบข้อมูลที่จำเป็นแล้วผู้วางแผนอาจจะจัดทำแผนการพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคต่างๆหรือใช้มาตรฐานการวางแผนงานที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เช่นอาจใช้วิธีการเขียนแผนงานเป็นผังงานแกนต์หรือแกนต์ชาร์ต ซึ่งในแผนภาพดังกล่าวจะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้ กำหนดทีมงาน จัดประชุมชี้แจง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบงาน เลือกอุปกรณ์และระบบงาน พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน จัดทำคู่มือ ฝึกอบรม ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม เปลี่ยนระบบ ประเมินผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข
(5) วิธีการพัฒนา หน่วยงานสามารถพัฒนาหรือจัดหาระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้ 6 แบบ ดังนี้ 5.1 การจัดทำระบบงานเองโดยเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ 5.2 การจัดทำระบบงานเองโดยกลุ่มผู้ใช้ระบบ5.3 การว่าจ้างบริษัทภายนอก 5.4 การซื้อระบบงานมาตรฐาน 5.5 การซื้อระบบงาน 5.6 การจัดซื้อบริการ
(6) วัฏจักรพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ6.1 การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ6.2 การออกแบบระบบ6.3 การสร้างและการติดตั้งระบบ6.4 การทดสอบระบบงาน6.5 การเตรียมตัวใช้งานระบบ6.6 การเปลี่ยนระบบ6.7 การประเมินและปรับปรุงระบบ
10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ - มีปัญหาบ้างเล็กน้อยคือตามอาจารย์ไม่ทัน อาจจะมีบ้างที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียนแต่ก็พยายามที่จะศึกษาจากการถามเพื่อนและค้นหาจากอินเตอร์เน็ตและต้องพยายามตั้งใจฟังเนื้อหาที่อาจารย์สอนให้มากกว่าขึ้นกว่านี้นี้สไลด์ที่อาจารย์ให้ตัวหนังสือเล็กไปค่ะ
11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ
ตอบ - ระบบปฏิบัติการสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึงสำนักงานซึ่งได้รับการพิจารณาคัดสรรงานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมมาจัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเดิม ซึ่งมักจะเป็นการปฏิบัติด้วยมือมาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ แบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังครอบคลุมรวมถึงการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นให้สามารถบริหารการสืบค้นเอกสาร ภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งจัดเก็บต่างๆ ในสำนักงาน - แผนกต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ ผู้ร้องขอซึ่งมีสิทธิ์ นำไปประมวลผลให้ได้ข่าวสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน หรือบริหารงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6/28/2551
6/27/2551
ซอฟต์แวร์อ่านทะเบียนรถเจ๋ง > ยันสรรพคุณแม่นยำ 99% เหมาะใช้ที่จอดรถอัจฉริยะ-ทางด่วนอัตโนมัติ-จับผิดผู้ขับรถแหกกฎครับ
นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยสุดเจ๋ง คลอดโปรแกรมอ่านทะเบียนรถ"พีพีเอ ไลเซ่น เพลท" ที่ระบุความแม่นยำมากกว่า 99% สามารถประยุกต์ใช้งานร่วมกล้องวงจรปิดให้บริการ-บริหารที่จอดรถอัจฉริยะ หรือ ขึ้นทางด่วนแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโปรแกรม แฮนด์ ไลต์ติ้ง โอซีอาร์ รองรับหน่วยงานรัฐสู่อี-โกเวอร์เมนท์ และพัฒนาโปรแกรมอ่านเอกสารหรือข้อมูลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นคำพูดหลายภาษานายพุฒิพันธุ์ พลยานันท์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พีพีเอ อินโนเวชั่น จำกัด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าบริษัทได้พัฒนาโปรแกรมอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ ขึ้นมาภายใต้ชื่อ พีพีเอ ไลเซ่น เพลท ( PPA License Plate Plate) ซึ่งหลักการทำงานของโปรแกรมดังกล่าวนั้นคือการ ผนวกเอาเทคโนโลยีอ่านไทย หรือ (Thai OCR) เข้ากับกล้องทีวีวงจรปิด โดยระบบจะทำการอ่านป้ายทะเบียนรถจากภาพที่จับได้จากกล้องวงจรปิด จากนั้นจะแปลงภาพเป็นตัวอักษร
ทั้งนี้สามารถนำโปรแกรมดังกล่าวมีประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยใน
ต่างประเทศมีการนำมาประยุกต์ใช้ให้บริการที่จอดรถอัตโนมัติ ที่ไร้คนเฝ้า หรือนำมาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบการเก็บเงินของเจ้าหน้าที่ รวมถึงใช้ในการตรวจสอบรถเข้า-ออก โดยระบบดังกล่าวมีความถูกต้องในการแปลงภาพเป็นตัวอักษรสูงกว่า 99% อีกทั้งยังมีระบบค้นหาทะเบียนใกล้เคียง และ มีรายงานสรุปข้อมูลรถที่ผ่านกล้อง เป็นรายวัน เดือน ปี พร้อมภาพและเวลา ขณะเดียวกันนั้นยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ง่ายด้วย
"โปรแกรมอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ เป็นการต่อยอดเอาซอฟต์แวร์โอซีอาร์มาใช้ทำงานร่วมกับกล้องทีวีวงจรปิดในการอ่านหมายเลขทะเบียนรถ ต่อไปในอนาคตจะพัฒนาต่อให้สามารถควบคุมที่จอดรถได้ทั้งหมด นอกจากนี้ในต่างประเทศ อาทิ เยอรมัน นำกล้องวงจรปิดที่ใช้งานร่วมโปรแกรมดังกล่าวไปติดตามท้องถนน เพื่อจับผิดผู้ขับรถผิดกฎจราจร หรือ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบริการช่องทางด่วนอัตโนมัติ"
สำหรับการทำตลาดนั้นเนื่องจากเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ดังนั้นจึงไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์สามารถทำตลาดได้จากการบอกปากต่อปาก อีกทั้งยังไม่มีผู้นิยมพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ เพราะค่อนข้างยากและใช้เวลาพัฒนานาน ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิดให้ผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดเข้ามาเป็นพันธมิตรสนับสนุนซึ่งกันและกัน
นายพุฒิพันธุ์ กล่าวต่อไปว่านอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับระบบอ่านไทย ให้มีคุณสมบัติการทำงานที่ดีขึ้น อาทิ โปรแกรมโปรอ่านลายมือ หรือ แฮนด์ ไลต์ติ้ง โอซีอาร์ ที่มุ่งพัฒนาให้กับหน่วยงานราชการ ที่ต้องการแปลงเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ จากกระดาษไปอยู่ในรูปแบบของเวิร์ด เพื่อรองรับการพัฒนาองค์กรไปสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-โกเวิร์นเม้นท์
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโปรแกรมสาลิกา ซึ่งเป็นโปรแกรมอ่านเอกสารหรือข้อมูลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นคำพูด (Text To Speech) ให้รองรับได้หลากหลายภาษา อาทิ ลาว อินโดนีเซีย หรือกัมพูชา
สมุนไพรที่ใช้ในการไล่ยุงค๊ะ



ไพล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber purpureum Roscoe วงศ์ : Zingiberaceaeชื่ออื่น : ปูลอย ปูเลย ว่านไฟลักษณะ : ไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคน ใบหุ้มซ้อนกัน ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 3.5-5.5 ซม. ยาว 18-35 ซม. ดอก ช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผล เป็นผลแห้ง รูปกลมประโยชน์ทางสมุนไพร : ตำรายาไทยใช้เหง้าเป็นยาขับลม ขับประจำเดือน มีฤทธิ์ระบายอ่อน ๆ แก้บิด สมานลำไส้ ยาภายนอกใช้เหง้าสดฝนทาแก้เคล็ดยอก ฟกบวม เส้นตึง เมื่อยขบ เหน็บชา สมานแผล จากการวิจัยพบว่าในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีคุณสมบัติลดอาการอักเสบและบวม จึงมีการผลิตยาขี้ผึ้งผสมน้ำมันไพล เพื่อใช้เป็นยาทาแก้อาการเคล็ดขัดยอก น้ำมันไพลผสมแอลกอฮอล์สามารถทากันยุงได้ นอกจากนี้พบว่าในเหง้ามีสาร 4-(4-hydroxy-1-butenyl) veratrole ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดลม ได้ทดลองใช้ผงไพล กับผู้ป่วยเด็กที่เป็นหืด สรุปว่าให้ผลดีทั้งในรายที่มีอาการหอบหืดเฉียบพลันและเรื่อรังค๊ะ
6/21/2551
6 ข้อสังเกตอาการต้อกระจก
6 ข้อสังเกตอาการต้อกระจก
ต้อกระจกเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุ และอาจพบบ้างในวัยอื่นๆ ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในเลนส์ตา และหากเกิดร่วมกับบางโรคอาจทำให้เลนส์ขุ่นขึ้นได้เร็วกว่าปกติ เช่น เบาหวาน เป็นต้น ซึ่งในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ แต่ก็มีอาการที่พอสังเกตได้ดังนี้
ตามัวลง เห็นภาพพร่ามัวหรือเลือนลาง เนื่องจากเลนส์เป็นฝ้าขุ่นจนสายตาไม่สามารถโฟกัสได้โดยมากจะค่อยๆมัวลงทีละน้อย นอกจากอุบัติเหตุหรือโรคบางชนิด อาจมัวได้อย่างรวดเร็ว
ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น คือการมองไกลจะไม่ค่อยชัด และการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า พบในต้อกระจกบางชนิด
มีปัญหาการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่แสงจ้า หรือการมองดวงไฟในเวลากลางคืน
ตาข้างหนึ่งอาจเห็นภาพซ้อน ซึ่งเกิดจากแสงที่กระทบเรตินากระจายออกหลายจุด
มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะสีเหลือง
ปวดตาและมีต้อหินแทรก อาการนี้อันตรายมากค่ะ เพราะสายตาจะมัวไปเรื่อยๆ และแก้ไขให้มองเห็นใหม่ได้ยากหรือบางครั้งไม่ได้เลย
ถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับตาของคุณ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ใกล้บ้าน และหากคุณมีอายุมากกว่า 60 ปี อย่าลืมตรวจตาเป็นประจำทุกๆ ปีนะคะ
ที่มา : ข้อมูลจากเวปชีวจิต
ต้อกระจกเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุ และอาจพบบ้างในวัยอื่นๆ ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในเลนส์ตา และหากเกิดร่วมกับบางโรคอาจทำให้เลนส์ขุ่นขึ้นได้เร็วกว่าปกติ เช่น เบาหวาน เป็นต้น ซึ่งในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ แต่ก็มีอาการที่พอสังเกตได้ดังนี้
ตามัวลง เห็นภาพพร่ามัวหรือเลือนลาง เนื่องจากเลนส์เป็นฝ้าขุ่นจนสายตาไม่สามารถโฟกัสได้โดยมากจะค่อยๆมัวลงทีละน้อย นอกจากอุบัติเหตุหรือโรคบางชนิด อาจมัวได้อย่างรวดเร็ว
ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น คือการมองไกลจะไม่ค่อยชัด และการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า พบในต้อกระจกบางชนิด
มีปัญหาการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่แสงจ้า หรือการมองดวงไฟในเวลากลางคืน
ตาข้างหนึ่งอาจเห็นภาพซ้อน ซึ่งเกิดจากแสงที่กระทบเรตินากระจายออกหลายจุด
มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะสีเหลือง
ปวดตาและมีต้อหินแทรก อาการนี้อันตรายมากค่ะ เพราะสายตาจะมัวไปเรื่อยๆ และแก้ไขให้มองเห็นใหม่ได้ยากหรือบางครั้งไม่ได้เลย
ถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับตาของคุณ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ใกล้บ้าน และหากคุณมีอายุมากกว่า 60 ปี อย่าลืมตรวจตาเป็นประจำทุกๆ ปีนะคะ
ที่มา : ข้อมูลจากเวปชีวจิต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
